| พระที่นั่งวิมานเมฆ |
|
หน้า 2 จาก 2
ไปชมพระที่นั่งวิมานเมฆกันต่อ ถ้าไม่มีรถมา แนะนำว่าโดดขึ้นตุ๊กตุ๊กหรือแท็กซี่ไปเลยดีกว่า เดี๋ยวยังต้องเดินกันอีกเยอะ แต่ถ้าใครเอารถมาก็ขับรถมาทางแยกพระรูป เลี้ยวมาทางหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมแล้วขับเลียบมาตามองค์พระที่นั่งมา ผ่านหน้าอาคารรัฐสภา แล้วมาเลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชวิถี เลยมาหน่อยเดียวก็จะถึงทางเข้าพระที่นั่งวิมานเมฆทางด้านซ้ายมือแล้ว
มาถึงก็ต้องซื้อบัตรผ่านประตูกันก่อน ที่นี่เปิดให้เข้าชมกันได้ทุกวัน ค่าเข้าชม คนไทย 75 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท นักเรียนและนักบวช 20 บาท บัตรเปิดขายกันตั้งแต่เวลา 09.30 - 1ุ5.15 น. แล้วก็อยู่เข้าชมได้ถึง 16.00 น. ส่วนรถขับเข้ามาจอดได้ข้างในเลยไม่ต้องเสียค่าจอด แต่ถ้าใครพาเพื่อนต่างชาติมาเที่ยว แนะนำให้ไปเที่ยววัดพระแก้วก่อน เพราะบัตรเข้าชมที่วัดพระแก้วสามารถใช้เข้าชมพระที่นั่งวิมานเมฆได้ด้วย จะได้ไม่ต้องเสียสตางค์สองต่อ ส่วนการแต่งกาย ก็ต้องสุภาพเรียบร้อยเหมือนกับตอนไปวัดพระแก้ว เพราะที่นี่เป็นเขตพระราชฐานเหมือนกัน ว่าแล้วก็เอาข้อห้ามที่เขาประกาศไว้มาบอกต่อ ว่ากันเป็นข้อ ๆ เลยคือ
มาถึงแล้วก็ตรงไปที่พระที่นั่งวิมานเมฆกันเลยดีกว่า
ก่อนจะขึ้นไปชมได้ใครมีกระเป๋ามาต้องเอาไปเก็บใส่ตู้ก่อน อยู่ใต้พระที่นั่งนี่เอง ค่าบริการตู้ละ 20 บาทขาดตัวจ้า (ใช้เหรียญสิบบาทหยอด) ถ้าไม่อยากเสียตังค์ ก็อย่าหิ้วอะไรติดตัวไปด้วย ส่วนรองเท้าก็ต้องถอดก่อนจะขึ้นไปบนพระที่นั่ง เพราะงั้นถ้าเสียค่าตู้แล้วเก็บเข้าตู้ไปด้วยเลยก็ได้ และเพราะความที่ต้องถอดรองเท้านี่แหละ ขอชวนให้แวะมาชมพระที่นั่งกันแต่ช่วงเช้าจะเป็นการดี เพราะช่วงบ่ายกรุ๊ปทัวร์จะเยอะมาก มากจนแยกกลิ่นไม่ค่อยออกว่าเป็นเท้าชาติไหน 555 เรื่องรองเท้าขอบอกไว้อีกอย่างว่า ควรใส่รองเท้าที่ถอดใส่ง่าย ๆ จะดีมาก เพราะถ้าเข้าไปชมที่พระที่นั่งองค์ไหน หรือพระตำหนักหลังไหน เป็นต้องถอดรองเท้าทุกแห่ง ต้องใส่ต้องถอดกันหลายรอบทีเดียวล่ะ ยิ่งถ้าจะเที่ยวให้ทั่วด้วยแล้ว ส่วนข้าวของที่หิ้วไปด้วยถ้าเป็นตามพระตำหนักจะมีตู้เก็บสำหรับให้บริการฟรีอยู่
เก็บของถอดรองเท้าเป็นที่เรียบร้อยก็ใช่ว่าจะได้เข้าชมกันเลย เจ้าหน้าที่คนสวยจะขอให้คุณนั่งรออยู่ที่ชานด้านหน้าก่อน เพราะที่นี่จะมีเจ้าหน้าที่คอยพานำชมห้องต่าง ๆ ในพระที่นั่ง โดยจะจัดเป็นรอบ ๆ มีทั้งรอบภาษาไทย และรอบภาษาอังกฤษ ถึงจะต้องคอยหน่อยแต่ได้ความรู้ดีทีเดียว ดีกว่าเดินงง ๆ ไปเองอย่างมาก
ภายในพระที่นั่งห้ามถ่ายรูป เพราะงั้นก็เลยไม่มีรูปมาฝากกัน แต่บอกได้เลยว่าสวยงามน่าชมนัก นอกจากห้องที่จัดแสดงศิลปวัตถุอันมีค่าต่าง ๆ ที่น่าชมจำนวนมากแล้ว ที่พิเศษที่สุดเห็นจะเป็นการที่ได้มีโอกาสใช้บันไดซึ่งแต่เดิมเป็นบันไดที่ใช้เป็นการส่วนพระองค์เท่านั้น สำหรับขึ้นไปที่ห้องพระบรรทมของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 เลยทีเดียว
ว่าประวัติกันหน่อย พระที่นั่งวิมานเมฆ เดิมชื่อ พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ สร้างไว้ที่เกาะสีชัง แต่ถูกทิ้งร้างไว้แม้การสร้างยังไม่แล้วเสร็จดี เนื่องจากในยุคนั้นเป็นยุคของการล่าอาณานิคม และไทยเองก็กำลังมีปัญหากับฝรั่งเศส จนฝรั่งเศสถึงกับเอาเรือมาปิดอ่าวไทยแล้วก็บุกเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยา จนมาจอดทอดสมออยู่ที่สถานทูตฝรั่งเศสแถว ๆ สี่พระยา ก็เลยไม่เป็นการปลอดภัยที่จะเสด็จมาประทับที่เกาะสีชัง เรียกว่าตอนนั้นฝรั่งเป็นใหญ่อยู่ในทะเล รัชกาลที่ 5 จึงได้โปรดฯ ให้รื้อพระที่นั่งองค์นี้มาปลูกสร้างใหม่ไว้ในวังสวนดุสิต โดยมีสมเด็จฯ กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ทรงเป็นสถาปนิกออกแบบตกแต่งองค์พระที่นั่งจนสวยสดงดงาม และรัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานนามพระที่นั่งองค์นี้ว่า " วิมานเมฆ "
พระที่นั่งวิมานเมฆสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ตั้งอยู่ในเขต พระราชวังสวนดุสิต ซึ่งเป็นชื่อพระราชวังแห่งนี้เมื่อแรกสร้าง ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น พระราชวังดุสิต ในสมัยรัชกาลที่ 6 เพราะแต่เดิมนั้น รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดฯ ให้สร้างวังขึ้นใหม่ในที่สวนเพราะในพระบรมมหาราชวังนั้นร้อนเกินไป จะว่าไปแล้วพระราชวังใหม่นี้ก็เปรียบเสมือนเป็น "บ้านสวน" นี่เอง และระหว่างที่ประทับที่พระที่นั่งวิมานเมฆ ได้เคยมีพระราชหัตถเลขาพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ ความว่า " พ่อมาอยู่ที่นี่สบายดีเป็นอันมาก ถ้ายังอยู่ในวังเห็นจะเต็มทน ทีจะต้องไปเที่ยวอีก ร้อนเหลือกำลัง " พระองค์ท่านทรงย้ายมาประทับเป็นการถาวรที่พระที่นั่งวิมานเมฆนานถึง 5 ปี ก่อนจะย้ายไปประทับที่พระที่นั่งอัมพรสถานจนกระทั่งเสด็จสวรรคต
ด้านหลังพระที่นั่งวิมานเมฆ มีเวทีจัดแสดงนาฏศิลป์กับการละเล่นแบบไทยให้ชมฟรี ที่นั่งชมก็อาศัยบันไดทางขึ้นพระที่นั่งเป็นอัฒจรรย์ไปในตัว เก๋ดี การแสดงจะมีทุกวัน วันละ 2 รอบ คือ 10.30 น. กับ 14.00 น. รอบหนึ่งก็ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง งานนี้ชมฟรี แต่ถ้าจะถ่ายรูปการแสดงหรือถ่ายคู่กับนักแสดง ที่หลายคนเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ น่าเอ็นดู ก็ต้องซื้อคูปอง 20 บาทจากเจ้าหน้าที่ก่อน
ด้านหลังเวทีการแสดงไป จะเป็นหมู่เรือนไทยกลางน้ำ เรียกกันว่า เรือนต้น เป็นสถานที่ที่ รัชกาลที่ 5 ทรงใช้สำหรับให้ " เพื่อนต้น " ได้เข้าเฝ้าฯ เพื่อนต้น ที่ว่าก็มาจากการที่พระองค์โปรดจะปลอมพระองค์เป็นสามัญชน ออกไปตรวจราชการตามหัวเมือง เพื่อจะได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ ได้ทรงรับรู้ปัญหาทุกข์สุขของพสกนิกรอย่างแท้จริง ทำให้ทรงได้พบปะ คุ้นเคยกับราษฎรที่ได้มีโอกาสถวายการต้อนรับ จนโปรดฯ ให้เข้าเฝ้าและรับพระราชทานเลี้ยง อย่างเป็นกันเองเหมือนเมื่อครั้งที่ทรงปลอมพระองค์ไป ว่ากันว่าอาหารที่พระราชทานเลี้ยงนั้นทรงปรุงด้วยพระองค์เองเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังทรงใช้ เรือนต้น สำหรับทรงปรึกษาหารือข้อราชการที่เป็นความลับ ไม่ทรงประสงค์จะให้แพร่งพรายออกไปอีกด้วย
ภายในพระราชวังดุสิตนั้นมีอาณาเขตกว้างขวางมาก มีพระที่นั่งองค์อื่นตลอดจนพระตำหนักอีกหลายหลัง ซึ่งเดิมเคยเป็นที่ประทับของพระมเหสี พระเจ้าลูกเธอ และเจ้าจอมมารดา ที่ปัจจุบันใช้เป็นที่จัดแสดงศิลปวัตถุ เช่น นาฬิกาโบราณ ภาพถ่ายและภาพวาดฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน และอื่น ๆ อีกมากมาย บริเวณโดยรอบก็เป็นสวนที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม มีลำคลองซึ่งขุดขึ้นมาเชื่อมต่อไปทั่วบริเวณ สำหรับใช้เป็นน้ำใช้และทางสัญจรมาตั้งแต่สมัยสร้างวัง ที่สำคัญภายในอาคารทุกแห่งติดเครื่องปรับอากาศเย็นสบาย
สรุปว่ามีที่น่าเดินเที่ยวกันอีกเยอะ แต่ต้องเก็บบัตรเข้าชมไว้ให้ดี เพราะจะต้องแสดงกับเจ้าหน้าที่ทุกแห่งที่เข้าไปชม อย่าลืมหยิบแผ่นพับรายละเอียดที่ซุ้มขายบัตรเข้าชมติดมือมาด้วยก็แล้วกัน ซึ่งจะมีทั้งแผนที่และข้อมูลของของที่จัดแสดงอยู่ในแต่ละตำหนักด้วย
แต่ถ้ามีเวลาจำกัดต้องเลือกชมเพียงบางแห่งแล้ว ก็ขอแนะนำว่าไม่ควรพลาดชมพระที่นั่งอีกสององค์คือ พระที่นั่งอภิเศกดุสิต กับ พระที่นั่งอนันตสมาคม สำหรับที่ พระที่นั่งอภิเศกดุสิต เป็นอาคารไม้ที่มีลวดลายฉลุไม้ที่เรียกว่า ลายบุหงา สร้างขึ้นพร้อม ๆ กันกับพระที่นั่งวิมานเมฆ แม้จะมีขนาดเล็กกว่าแต่ก็งดงามไม่แพ้กันเลย รัชกาลที่ 5 โปรดฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับวังสวนดุสิตนี้ ปัจจุบันใช้จัดแสดงผลงานของสมาชิกมูลนิธิศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่เรียกว่าคัดกันมาแต่งานชิ้นเยี่ยมยอด ที่สำคัญบางชิ้นยังเป็นของสะสมส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ซึ่งพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญมาจัดแสดงอีกด้วย
พระที่นั่งอนันตสมาคม พระที่นั่งองค์ที่เพิ่งได้อวดสายตาชาวโลกไปในงานประชุมเอเปคที่ผ่านมา ซึ่งปกติจะเปิดให้เข้าชมเพียงปีละครั้งในวันเด็ก ปัจจุบันทางสำนักพระราชวังได้เปิดให้เข้าชมทุกวันแล้ว เพียงแต่ต้องเสียค่าบัตรเข้าชมต่างหากคนละ 20 บาทสำหรับคนไทย และชาวต่างชาติ 50 บาท แต่เรียกว่าสุดคุ้มเพราะสวยงามมาก แล้วยังมีเจ้าหน้าที่พานำชมอีกด้วย ดีจริง แถมยังได้ย่ำรอยผู้นำระดับโลกหลายคนที่เพิ่งจากไป
ก่อนจะกลับกันตรงทางออกอย่าลืมแวะชม โรงรถม้าพระที่นั่ง ซึ่งเป็นรถม้าที่ใช้ในสมัยรัชกาลที่ 5 และ 6 รวมถึงรถยนต์พระที่นั่งอีกหลายคันที่ยังได้รับการรักษาไว้ในสภาพดี
ส่วนใครที่หลงใหลกับรถโฟลค์ ขอเชิญไปลูบ ๆ คลำ รถตู้โฟลค์กันที่โรงจอด สีสันแต่ละคันหวานไม่ซ้ำกันเลยทีเดียว โรงรถที่ว่าอยู่ข้าง ๆ กับตำหนักสวนบัวเปลว
ถ้าระหว่างเดินชมเกิดหิวขึ้นมา เดินย้อนกลับออกมาจะมีร้านอาหารง่าย ๆ อยู่ เป็นประเภทอาหารจานเดียว ราคาปกติเหมือนร้านข้างนอกทั่วไป
ที่นี่เรียกว่าอยู่เที่ยวได้ทั้งวันเลยถ้าจะเดินให้ทั่วจริง ๆ แต่ถ้าใครมีเวลาสักครึ่งวันก็พอเที่ยวได้ คือมาชมพระที่นั่งวิมานเมฆในรอบแรกตอน 9.30 น. แล้วต่อด้วยการไปชมการแสดงในรอบ 10.30 น. จบก็คงราว 11.00 น. แล้วก็แวะไปชมพระที่นั่งอภิเศกดุสิตกับพระที่นั่งอนันตสมาคม เสร็จก็คงราวเที่ยงพอดี ส่วนใครที่มีเวลาพอก็อยากให้ได้แวะชมพระตำหนักอื่น ๆ ด้วย ถ้ากลัวร้อนก็ติดร่มมาสักหน่อย สำหรับจะกันแดดระหว่างเดินอยู่ข้างนอก แต่ถ้าอยู่ในตัวพระตำหนักก็สบายมากเพราะมีแอร์ทุกหลัง สำหรับใครที่อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถไปชมได้ที่ เว็ปของสำนักพระราชวัง และ Vimanmek.com
ชอบบทความนี้ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยผ่าน จำนวนผู้เข้าชม: 44754 ความเห็น (21)เกาะติดความเคลื่อนไหวการแสดงความเห็นของหัวข้อนี้เปิด/ปิด ความเห็นของสมาชิก ...
ถ้าใครมีบัตรนักศึกษาก็นำไปด้วยนะครับ ลดบัตรค่าเข้าชมได้มากทีเดียว ที่สำคัญขอแนะนำให้ไปเช้าๆนะครับเพราะพอสายๆคนเยอะมาก
ชมสถานที่พระราชวัง รือนต้น
ได้ชมทางภาพแล้วประทับใจเหมือนได้สัมผัสด้วยตาค่ะ แต่ต้องการเห็นภาพบริเวณภายในพิพิธภัณฑ์ ว่า ""มีกำไรทองรูปตะปู"" มีจริงหรือไม่ค่ะ
ชื่อสมเด็จฯ
เท่าที่เช็คดูชื่อที่ใช้ในบทความถูกต้องแล้วครับ คือ
สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
มีตัวอย่างเป็นชื่อหนังสือของสำนักพิมพ์มติชน ดูได้จากลิงก์นี้ครับ
http://www.dokya.com/prd_view.asp?pid=1043&sec=1&sub=21
...
เเสตมป์ทาง ไปรษณีย์ไทยจัดสร้างสวยงามมากๆ ครับ..ออกจำหน่ายวันที่ 8สิงหาคม 2550..ลองไดที่ทำการ ปณ
ทั่วประเทศ
รักเมืองไทย
ได้เช้าไปเยี่ยมชมพระที่นั่งวิมานเมฆเเล้วรู้สึกประทับใจมากช้างในพระที่นั่งวิมานเมฆสวยมากๆๆอยากจะอนุรักษ์ไว้ต่อไปประทับใจมากจนไม่รู้จะพูดยังไง
เขียนแสดงความเห็น |

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.