| ปัว - เชียงกลาง - ทุ่งช้าง - บ่อเกลือ |
|
หน้า 3 จาก 3
มาถึงบ่อเกลือแล้วต้องเล่าถึง บ่อเกลือวิว ด้วย
สำหรับใครที่อยากมาสัมผัสใกล้ชิดกับบรรยากาศป่าเขา แล้วอาจจะไม่สะดวกนอนเต็นท์ หรือพักบ้านพักในอุทยานแห่งชาติ แต่อยากได้ที่พักที่สะดวกสบายมีระดับขึ้นอีกนิด
น่าจะเหมาะกับที่นี่
ที่บ่อเกลือวิว เขามีห้องพัก 11 ห้อง มีทั้งแบบเป็นหลังเดี่ยวหรือเรือนแฝด บางหลังก็มีวิวที่เริ่ดมาก ๆ แบบนี้ ที่นี่ก็เลยไม่มีทีวีในห้องพัก แต่เน้นให้มาพักผ่อนแล้วก็อยู่กับธรรมชาติกันจริง ๆ
บ่อเกลือวิว มาไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายเสียทีเดียว (เพราะขับเลยมาแล้ว) ตอนวิ่งรถผ่านโรงพยาบาลบ่อเกลือมาแล้ว ก่อนจะข้ามสะพานไปจะมีทางเข้าเล็ก ๆ อยู่ทางซ้ายมือ ถ้าไม่ทันสังเกตอาจจะวิ่งเลยไป (อย่างที่ทำมาแล้ว) ทางเข้าตรงนั้นจะแคบแล้วก็โค้งขึ้นไป มองไม่เห็นกันระหว่างรถที่จะเข้ากับรถที่จะออก แนะนำให้เคาะแตรสั้น ๆ เป็นสัญญาณตอนเข้าหรือออกด้วย
เข้ามาปุ๊บจะมาเจอส่วนของร้านอาหารที่ชื่อ "ปองซา" เป็นภาษาถิ่นที่แปลว่า ทานข้าว
ตัวร้านอยู่บนเชิงเขา ก็เลยมีวิวมุมสวยให้นั่งชม
เจ้าของที่นี่คือ คุณทวน อุประจักษ์ ตัวคุณทวนเองเป็นคนบ่อเกลือนี่ล่ะ แต่ไปทำงานในเมืองกรุงเป็นกุ๊กในโรงแรม 5 ดาวมาก่อน ก่อนจะร่วมกับหุ้นส่วนชาวต่างชาติกลับมาเปิด บ่อเกลือวิว ที่บ้านเกิด มาครั้งนี้พอดีไม่เจอคุณทวนที่จะอยู่ประจำร้านช่วงเย็น แต่ก็ได้เจอกันจากรูปจากคราวที่รับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ ที่พระองค์ท่านเสด็จมาเสวยพระกระยาหารที่นี่
ปกติครัวที่นี่มีทั้งอาหารไทยแล้วก็อาหารฝรั่ง แต่อาหารฝรั่งนี่คุณทวนจะเป็นคนลงมือปรุงเองก็เลยอดชิมไป เลือกเป็นจานสลัดง่าย ๆ เพราะได้ยินมากว่าที่นี่เขาปลูกผักปลอดสารพิษกันเอง
แปลงปลูกผักที่อยู่ตรงโซนบ้านพักด้านใน
ต้นยังโตไม่ทันกิน แต่น้องพนักงานก็บอกว่าผักที่เสิร์ฟที่นี่ถ้าไม่ได้ปลูกเอง ก็เป็นผักปลอดสารพิษจากโครงการหลวง หรือผักในบ่อเกลือเองที่คัดมาอย่างดี
ลองชิมแซนวิชง่าย ๆ จานนี้ก็อร่อยมาก จนชักเสียดายที่วันนั้นครัวอาหารฝรั่งจะมีตอนเย็น แต่เราต้องเดินทางต่อ
ไปเดินชมบ้านพักกันบ้าง
บ้านหลังต้น ๆ วิวอาจจะไม่อลังการเท่าไหร่นัก แต่ก็มีระเบียงกว้างเหมาะจะนั่งเล่นรับอากาศดี ๆ
หลายหลังจะอยู่เลยเข้าไป แล้วก็กลมกลืนไปกับธรรมชาติด้วยการซ่อนตัวหลังแนวไม้
ระหว่างหลังก็มีไม้ปลูกบังไว้ ให้ความเป็นส่วนตัวดี
วิวก็ประมาณนี้
มีศาลาริมสระบัวให้นั่งเล่น กับเห็นมี Access Point ให้ใช้เน็ตด้วย
มีที่พักอีกแห่งอยู่ใกล้ ๆ กัน ชื่อ "อุ่นไอมาง"
(โทร.081-374-7004 และ 081-022-0892)
พอวิ่งรถข้ามสะพานมาปุ๊บก็เลี้ยวซ้ายตรงนี้เลย
ตรงมาอีกนิด เลี้ยวซ้ายมาก็ถึงแล้ว
ที่นี่เป็นที่พักติดลำน้ำมาง ที่มาของชื่อ อุ่นไอมาง
มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งเล่นริมน้ำให้อาหารปลา
ไม่เคยเจอที่พักแบบที่นี่เลย ใกล้ชิดธรรมชาติกันสุด ๆ
บรรยากาศข้างใน
แต่ถ้าอยากได้ความเป็นส่วนตัวหน่อย ก็มีที่พักแบบเป็นกระต๊อบอย่างนี้ จะมีหลังใหญ่อยู่ติดริมน้ำ
กับหลังเล็กอยู่ถัดออกมา หรือจะเอาเต็นท์มากางที่นี่ก็เหลือลานกว้างพอกางได้สบาย
มีที่ให้นอนเล่น
กับมุมนั่งเล่นเก๋ ๆ
มีร้านอาหารเครื่องดื่มให้บริการอยู่ด้วย
ที่นี่เป็นห้องน้ำรวม แยกชายหญิง
ห้องส้วม
อ่างน้ำ
ที่อาบน้ำเป็นแบบกระโจม
ไม่ต้องกลัวอาบไปหนาวไป เขามีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ในกระโจม
แต่ถ้าชื่นชอบบรรยากาศกางเต็นท์ในอุทยานแห่งชาติ แต่อยากหาอุทยานฯ ที่บรรยากาศเงียบ ๆ คนไม่เยอะเกิน ลองมาพักกันที่อุทยานแห่งชาติขุนน่าน อยู่เลยถัดออกไปไม่ไกล พอข้ามสะพานมา ที่มีแยกขวาไปดูบ่อเกลือ แยกซ้ายไปอุ่นไอมาง ป้ายบอกแหล่งท่องเที่ยวตรงนั้นจะชี้ว่าเลี้ยวซ้ายไป อช.ขุนน่านได้ แล้วถ้าเลี้ยวขวาก็จะไปที่ศูนย์ภูฟ้า
ไป อช.ขุนน่าน ก็เลี้ยวซ้ายมา
จากแยกวิ่งตามทางไปอีกแค่ราว 4.5 กม.
ถนนวิวสวยด้วยต้นไม้เขียวครึ้มไปหมด
เห็นป้ายอุทยานแล้ว
ต้องเลี้ยวขวาแยกจากถนนเข้าไปอีกนิด
ช่วงนี้เป็นทางลูกรังระยะทางราว 400 ม.
แต่เป็นลูกรังที่เต็มไปด้วยหินลอยอย่างนี้ ต้องค่อยๆ ขับเข้ามา
อีกนิดก็จะถึงแล้ว
ค่าธรรมเนียมเข้าที่นี่คนละ 20 บาท ถูกกว่าที่ อช.ดอยภูคา 10 บาท ถ้าจ่ายที่ อช.ดอยภูคา มาแล้ว ภายในวันเดียวกันสามารถเอาใบเสร็จมาแสดงแล้วเข้าที่นี่ได้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมอีก แต่ถ้าจ่ายที่นี่ 20 บาทแล้ว ต้องไปจ่ายเพิ่มอีก 10 บาทต่อเข้า อช.ดอยภูคา (ในวันเดียวกันเท่านั้น) ส่วนค่าธรรมเนียมรถยนต์คันละ 30 บาท ค่าธรรมเนียมกางเต็นท์พักแรมคนละ 30 บาท เหมือน ๆ กัน
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว กับ ลานหญ้ากว้าง
แต่ลานกางเต็นท์ไม่ได้อยู่ตรงนั้น ต้องวิ่งรถตามทางข้ามสะพานไม้ตรงนี้เข้าไปก่อน
แล้วจะมาเจอลานจอดรถ เห็นลานจอดรถยังมีหญ้าเขียวแบบนี้ แสดงว่าที่นี่ยังไม่ค่อยมีคนมาพักแรมเท่าไหร่ อาจเพราะยังเป็นอุทยานน้องใหม่เพิ่งได้รับประกาศเป็นอุทยานเมื่อ ก.ค. 52 นี้เอง
บนเนินเหนือลานจอดรถขึ้นไปจะเป็นส่วนของบ้านพัก 3 หลัง
ขุนน่าน 1 ต้องเดินขึ้นไป
ขุนน่าน 3 เป็นเรือนแฝด มีห้องพัก 2 ห้อง ขุนน่าน 3/1 กับ 3/2
ลานกางเต็นท์ ให้เดินเลยต่อจากลานจอดเข้าไป
จะเป็นทางเข้ามาที่ลาน
ลานหญ้ากว้างเรียบดูน่าจะนอนสบายเลยทีเดียว มีต้นไม้โอบล้อมไว้ทุกด้าน
ห้องน้ำห้องท่าอยู่อีกฝั่ง
ต้องเดินผ่านสะพานไม้ข้ามไป
ห้องน้ำสองหลัง แยกชายหญิง
เขากั้นห้องเป็นเหลี่ยมมุมแปลก ๆ ดี
แต่ในห้องก็กว้างดี
อ่างน้ำ
ฝั่งเดียวกับห้องน้ำก็กางเต็นท์ได้ แต่พื้นจะลาดเอียงไม่ค่อยเรียบเท่าไหร่ ฝั่งโน้นน่าจะนอนสบายกว่า ที่เหมือนกันไม่ว่าจะนอนฝั่งไหนก็คือ ที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ไม่ว่าจะค่ายไหน ยกเว้นแต่ตรงแถว ๆ ป้อมทางเข้าด้านหน้า ที่เจ้าหน้าที่บอกว่าพอจะมีสัญญาณของ AIS ให้ใช้แต่ว่าต้องใช้เครื่อง Nokia เท่านั้น (ซะอีกด้วย)
ตรงแถว ๆ บ้านพัก มีสะพานไม้ข้ามออกไป
เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ
ป้ายบอกข้อมูลเส้นทาง
จากที่ อช.ขุนน่าน ถ้าขับย้อนทางเดิม แล้ววิ่งลงใต้ไปตาม ทล. 1181 มุ่งหน้า อ.สันติสุข จะเป็นทางไปที่ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา
จากสามแยกตรงบ่อเกลือ มาราว 8 กม. ก็มาเลี้ยวซ้ายที่นี่
เข้า ทล.1333
ขับต่อไปอีก 13 กม. (รวมระยะทางจากที่สามแยกตรงบ่อเกลือ ราว 21 กม.)
ก็จะมาถึงปากทางเข้าศูนย์ภูฟ้าพัฒนา
ต้องวิ่งต่อเข้าไปอีกราว 2.5 กม. ถึงจะถึงตัวศูนย์
คุ้นกับชื่อ ร้านภูฟ้า ที่จำหน่ายสินค้าจากชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารต่าง ๆ ในโครงการส่งเสริมอาชีพ ตามพระราชดำริฯ ของสมเด็จพระเทพฯ มาถึงบ่อเกลือพอได้ยินชื่อศูนย์ภูฟ้าพัฒนาแล้วก็อดจะต้องแวะมาเยือนไม่ได้
ที่นี่เป็นศูนย์ที่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2542 เพื่อใช้เป็นต้นแบบการพัฒนา แล้วก็ถ่ายทอดความรู้การพัฒนาไปสู่ราษฏรที่อยู่ในท้องถิ่นห่างไกลทุรกันดาร โครงการที่ทำมีกันหลายด้าน ทั้งด้านสุขภาพอนามัยและการศึกษาของเยาวชน ไปจนถึงการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกันของทั้งคนและธรรรมชาติ และให้ราษฎรมีศักยภาพที่จะพึ่งพาตัวเองได้
จากป้ายบอกทางในศูนย์ฯ ก็จะเห็นถึงงานวิจัยและงานเผยแพร่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทำกันอยู่ที่นี่
แต่สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเรา คงไม่แคล้วมุ่งหน้าไปที่ร้านจำหน่ายสินค้า
ได้เลือกชมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากชุมชนที่ติดตรายี่ห้อ "ภูฟ้า" กันที่ภูฟ้าเลยนี่ ทำให้ครึ้มอกครึ้มใจดีไม่น้อย เพราะแค่มองลอดหน้าต่างออกไปนอกร้าน ก็เห็นเมฆลอยอ้อยอิ่งคลอเคลียกับทิวเขาเป็นฉากหลัง ให้ความรู้สึกภูฟ๊า ภูฟ้า
ที่นี่มีอาคารที่พัก ที่เรา ๆ ท่าน ๆ สามารถมาเข้าพักได้
เป็นอาคาร 3 ชั้น ความที่อยู่ตรงเนินชั้นที่เดินเข้ามาก็จะเป็นชั้น 2 ส่วนของห้องพักจะอยู่ที่ชั้น 2 และ ชั้น 3
ค่าห้องพักคืนละ 900 บาท พร้อมอาหารเช้า เดี๋ยวลองเข้าไปขอดูห้องกัน
มีทั้งแบบ 2 เตียง
และแบบ 3 เตียง
ทั้งสองแบบขนาดห้องก็เท่า ๆ กัน ทุกห้องไม่มีแอร์ เพราะว่าที่นี่อากาศเย็นสบายเกินกว่าจะต้องใช้
แต่มีทีวีไว้ให้
ห้องน้ำ ห้องส้วมแยกกัน มีเครื่องทำน้ำอุ่นพร้อม
วิวจากระเบียงห้องพัก
อีกส่วนเป็นอาคารนอนรวม มี 2 ห้องสำหรับผู้ชาย และ 2 ห้องสำหรับผู้หญิง พักได้ห้องละ 18 คน ราคาคนละ 200 บาท พร้อมอาหารเช้า
มีห้องประชุมสัมมนาอยู่ด้วย สนใจจะมาพักก็ติดต่อได้ที่ ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา โทร.054-710-610
ภายในบริเวณของศูนย์ฯ มีตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระเทพฯ ที่จะเสด็จมาทรงตรวจเยี่ยมโครงการต่าง ๆ อย่างน้อยปีละครั้งอยู่ด้วย
เป็นพระตำหนักเล็ก ๆ เรียบง่าย
มีทางไม้รอบพระตำหนักสำหรับชมวิว
จะไปชมพระตำหนัก ตอนที่วิ่งรถเข้ามาก่อนถึงอาคารศูนย์จะมีทางโค้งหักศอกไปทางขวา ก็เลี้ยวขวาโค้งขึ้นมา วิ่งตรงมาจนเจอรั้วกั้น ต้องจอดรถไว้ตรงนั้น
แล้วเดินต่อขึ้นมาหน่อย
กลับเข้าตัวเมืองน่านกัน ขากลับไม่ต้องย้อนทางเดิมผ่านดอยภูคา เข้าปัว แต่มีถนนผ่าน อ.สันติสุข เข้าตัวเมืองน่านได้
ลองลากดูใน Google map แล้ว ทั้งสองทางระยะทางพอ ๆ กัน ทางที่ผ่าน บ.สบมางได้ข้อมูลว่าทางจะคดเคี้ยว วิวสวย แต่เวลาเหลือน้อยเพราะเย็นใกล้ค่ำเต็มที ก็เลยเลือกวิ่งย้อนมาเข้า ทล.1081 แล้ววิ่งต่อเข้า อ.สันติสุข ช่วงนั้นพอดีมีฝน พอฝนซาก็เหมือนได้วิ่งรถฝ่าก้อนเมฆ
ถนนสายนี้ช่วงต้น ๆ เพิ่งขยายใหม่ ทางกว้างขับสบาย แต่ก็คดโค้งแบบทางบนเขา นาน ๆ จะมีรถผ่านสักคัน ปั้มน้ำมันยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่มีให้เห็นเลย ยังไงอย่าลืมเติมให้เต็มตั้งแต่อยู่ที่ปัวกันมาก่อน
บางช่วงทางยังอยู่ระหว่างปรับปรุงทาง ที่ผ่านเจอก็เป็นช่วงสั้น ๆ สัก 2 กม. ได้อยู่ 2 ช่วง
บางช่วงก็ยังเป็นทางเดิมก่อนปรับปรุง ถนนจะค่อนข้างแคบ แต่ก็ไม่ค่อยมีรถใช้ทางเท่าไหร่ แล้วระหว่างทางที่เข้าเมืองน่านมีหลายช่วงที่ผ่านย่านชุมชนที่ขับได้ช้า ๆ จากที่ศูนย์ภูฟ้าพัฒนากลับเข้ามาถึงที่พักในตัวเมืองน่าน วิ่งมาเรื่อย ๆ ใช้เวลาไปราว 2 ชั่วโมง
มาเที่ยวแถบนี้ได้ขับรถกันเหนื่อยแต่วิวคุ้มค่า เสียดายก็แต่ที่ไปมืดระหว่างทางเสียก่อน ถ้ามาเที่ยวกันตอนวางแผนเดินทาง ถ้าจัดให้เดินทางในช่วงกลางวันได้จะยิ่งดี เพราะจะได้ชมวิวกันเต็มที่
ชอบบทความนี้ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยผ่าน จำนวนผู้เข้าชม: 4343 ความเห็น (0)เกาะติดความเคลื่อนไหวการแสดงความเห็นของหัวข้อนี้เปิด/ปิด ความเห็นของสมาชิก เขียนแสดงความเห็น |

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.