| เกาะสีชัง |
|
หน้า 1 จาก 8
เกาะสีชังอยู่ห่างจากชายฝั่งศรีราชา 12 กม. นั่งเรือเมล์ข้ามฟากไปเพียง 45 นาทีก็ถึงแล้ว บนเกาะมีเจ้าพ่อเขาใหญ่ที่ผู้คนนับถือให้ได้ไปสักการะ มีพระราชวังฤดูร้อนของรัชกาลที่ 5 ให้ย้อนอดีตไปชื่นชมกัน
ถ้าอยากเล่นน้ำ ก็มีหาดขนาดกะทัดรัดให้ลงเล่นน้ำ พายเรือสนุกสนาน ร้านอาหารอร่อยก็มีให้ได้ไปเลือกชิมกันหลายร้าน ใครชอบตกหมึกตกปลาก็เช่าเบ็ดไปตกกันได้ตามท่าเทียบเรือหลายแห่ง หรือจะหาเช่าเรือพาออกไปตกกลางทะเลก็มีกันอยู่หลายเจ้า บรรยากาศบนเกาะก็สงบสบาย อากาศก็ดี แถมยังอยู่ไม่ไกล ถึงไม่มีรถก็เดินทางไปได้สะดวก เรียกว่าถ้าอยากหาที่เที่ยวแนววัฒนธรรมนิด เล่นน้ำหน่อย มีอาหารอร่อยให้ชิม ในราคาไม่ต้องคิดมาก ไม่เป็นเมืองท่องเที่ยวจ๋าจนเกินงาม กลางค่ำกลางคืนเดินไปไหนก็ไม่ต้องระวังแจ แล้วก็อยู่ไม่ไกลนัก เกาะสีชังน่าจะเป็นคำตอบที่ดีสำหรับไปเที่ยวทั้งแบบเช้าเย็นกลับ หรือจะพักค้างสักคืนก็ไม่เลว
คลิกเพื่อดู แผนที่เกาะสีชัง
ถ้าพูดถึงเกาะสีชัง ปกติคนก็จะนึกถึงเจ้าพ่อเขาใหญ่ เพราะคนที่ข้ามมาส่วนมากก็ตั้งใจมาไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่กันทั้งนั้น จะเห็นว่าบนเนินเขาเหนือท่าเทียบเรือ (ท่าบน) เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อ เพราะงั้นถ้าตั้งใจมาไหว้เจ้าพ่ออย่างเดียวแล้วจะเดินจากท่าเรือขึ้นไปเลยก็ได้
เดินจากตรงที่เรือจอดเทียบขึ้นมา จะผ่านย่านที่เป็นร้านค้าตรงนี้
ทางจะขึ้นเนินแล้วก็มาเลี้ยวขวาผ่านซุ้มประตู
เดินจากท่าขึ้นมาไม่ไกล แค่พอเหงื่อซึม ๆ เพราะขึ้นเนินมาตลอด ก็จะมาถึงตรงนี้
ช่วงสุดท้ายต้องเดินขึ้นบันไดไปอีก แต่บันไดทำไว้อย่างดี มีราวจับเรียบร้อย ค่อย ๆ เดินขึ้นไป ท่องซ้าย ขวา ซ้าย ขวา แป๊บเดียวก็ถึง
เดินขึ้นมาถึงแล้ว มาพักหอบหายใจด้วยการชมวิวกันก่อน ท่าที่เห็นใกล้สุดก็คือ ท่าบน (ชื่ออย่างเป็นทางการคือ ท่าภาณุรังษี) ถ้าเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนที่คนมาไหว้กันเยอะ เรือเมล์จะจอดที่ท่าบนนี้ท่าเดียว แต่ปกติแล้วเรือจากศรีราชามาจะแวะจอดที่ ท่าล่าง ก่อน (ชื่อทางการเรียก ท่าเทววงษ์) แล้วค่อยมาที่ ท่าบน ส่วนขากลับก็ย้อนกันคือออกจาก ท่าบน แวะ ท่าล่าง แล้วค่อยไปศรีราชา
มองไปอีกด้าน จะเห็นเรือสินค้าจอดทอดสมอกันเต็มไปหมด ทะเลใกล้เกาะสีชัง เป็นแหล่งจอดเรือสินค้ามาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว เพราะว่าจากปากน้ำออกมา สีชังเป็นเกาะที่ใกล้ที่สุดแล้ว พวกเรือสินค้าที่ไม่สะดวกจะแล่นผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าไปก็จะจอดหลบคลื่นลม กับถ่ายสินค้าลงเรือเล็กกันที่นี่
ส่วนสมัยนี้ถึงจะมีท่าเรือน้ำลึกที่แหลมฉบังแล้ว แต่ก็มีสินค้าบางอย่างที่จำเป็นต้องถ่ายลงเรือเล็กกันก่อน เวลานั่งเรือมาที่เกาะ ก็อาจได้เฉียด ๆ เข้าไปชมวิวเรือเดินทะเลใกล้ ๆ กันอย่างนี้
กลับมาที่ศาลเจ้าพ่อกันต่อ เจ้าพ่อเขาใหญ่จะประดิษฐานอยู่ในโพรงถ้ำขนาดเล็ก
รูปองค์เจ้าพ่อเป็นรูปสลักหิน
ความที่มีคนนับถือเจ้าพ่อกันมาก จะเห็นได้ว่าช่วงตรุษจีนจะมีคนไทยเชื้อสายจีน รวมทั้งคนจีนจากที่ต่าง ๆ มาไหว้ขอพรกันเยอะ จากที่เคยเป็นเพียงโพรงถ้ำแล้วก็เลยสร้างเป็นศาลขึ้นมาเรียบร้อย กว้างขวาง
นอกจากนั้นเจ้าพ่อเขาใหญ่แล้ว ยังมีศาลเห้งเจีย ศาลเจ้าแม่กวนอิม และวิหารพระสังกัจจายน์ให้ได้ไหว้กัน
มาร่วมทำบุญ ข้าวสาร โลงศพ แก่คนไร้ญาติกัน
ใครไม่ได้เตรียมธูป เทียน พวงมาลัยมา ที่ศาลเจ้ามีจำหน่ายอยู่
ส่วนใครกลัวรองเท้าหาย เดินขึ้นมาแล้วก็เล็งทางซ้ายไว้ มีตู้เก็บรองเท้าจัดไว้ แล้วก็มีน้องเจ้าหน้าที่นั่งดูไว้ให้
ตรงก่อนทางเข้าศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ จะมีบันไดขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทจำลองได้
ขึ้นไปนิดจะเห็นป้ายบอกระยะทาง ที่บอกว่าขึ้นไปแค่ 268 ม. เท่านั้น
เพียงแต่ทางจะเป็นบันไดเดินขึ้นเขา
และขึ้นเขาไป (แฮ่ก แฮ่ก)
แต่พอขึ้นไปถึงแล้ว วิวสวยหายเหนื่อยเลยจริง ๆ
พักพอหายเหนื่อยแล้ว ไปกราบรอยพระพุทธบาทกัน รอยพระพุทธบาทจำลองนี้ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระองค์ท่านเป็นผู้เชิญมาจากวัดพุทธคยาที่อินเดีย เป็นการสร้างจำลองมาจากรอยพระพุทธบาทที่สร้างขึ้นสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช เมื่อราว ปี พ.ศ. 500 ในอินเดียโบราณ ไม่มีธรรมเนียมการสร้างรูปเหมือนอย่างพระพุทธรูปขึ้น แต่จะสร้างเป็นสัญลักษณ์อย่างอื่นขึ้นมาเพื่อเป็นสิ่งระลึกถึงพระพุทธเจ้า อย่างรอยพระพุทธบาทนี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง
วิวสวย ๆ อีกมุม บนนี้เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นได้แทบจะทั่วทั้งเกาะ ที่น่าออกแรงฮึดเดินขึ้นมาชมกัน
ถ้าตั้งใจว่ามาไหว้เจ้าพ่อกันแล้ว อยากวนเที่ยวรอบเกาะกันสักรอบ หาอาหารทะเลทานกันสักมื้อก่อนกลับ แนะนำว่าตอนขึ้นจากเรือมาก็เลือกใช้บริการรถนำเที่ยวที่จอดรอกันที่ท่าเรือก่อนเลย ที่นิยมกันจะเป็นรถสามล้อ อย่างที่ชาวบ้านที่นี่จะเรียกกันว่า สกายแล็บ
เจ้าสกายแล็บที่ว่านี่ไม่ธรรมดาทีเดียว หน้าเป็นมอเตอร์ไซค์แต่เครื่องยนต์ที่ใช้นี่สิ เป็นเครื่องใหญ่ของรถยนต์ เพราะงั้นนั่งกันหลายคนได้สบาย ไม่ต้องกลัวรถวิ่งไม่ไหว
ราคาค่าบริการ เทศบาลที่นี่เขากำหนดราคาเอาไว้เป็นมาตรฐานเรียบร้อย คือ ถ้าเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวในเกาะคิด 150 บาท แต่ถ้าเพิ่มไปเล่นน้ำที่หาดถ้ำพังด้วยจะคิดเป็น 250 บาท รถนั่งได้คันละไม่เกิน 6 คน
โชเฟอร์สามล้อจะช่วยเป็นไกค์แนะนำข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวสั้น ๆ ให้เราด้วย บางคนก็น่ารักพาเดินชมเลยด้วยซ้ำ ถ้าที่ไหนเราชอบและจะอยู่นาน สามล้ออาจปล่อยเราไว้ให้ค่อย ๆ เดินชม หรือนั่งพักผ่อนรับลมสบาย ๆ แล้วนัดเวลามารับกันอีกที ยังไงจำเบอร์รถกับขอเบอร์โทรไว้ด้วยก็ดี แล้วไม่ต้องกลัวสามล้อไม่ย้อนมารับ เพราะโชเฟอร์จะขอรับค่าบริการกันก็ตอนกลับมาส่งที่ท่าเรือเรียบร้อยแล้ว
รถมอเตอร์ไซค์ให้เช่าก็มี ติดต่อกับคิวมอเตอร์ไซค์ได้เลย ค่าเช่าคันละ 250 บาท ถ้าค้างคืนคิด 300 บาท เป็นราคามาตรฐานเท่ากันทั้งเกาะอีกเหมือนกัน เท่าที่เห็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ให้เช่า จะไม่มีรถเกียร์ออโต้แต่จะเป็นรถแบบไม่มีคลัช แต่ถนนหนทางบนเกาะเป็นถนนปูนเรียบร้อยไปทั้งเกาะ ถึงจะมีบางช่วงขึ้นเขาลงเนินบ้าง โดยเฉพาะเส้นที่ไปหาดถ้ำพัง แต่ก็ขี่รถไม่ยากอะไร ตอนส่งรถคืนไม่ต้องเติมน้ำมันคืนให้ แถมตอนจอดรถเดินเที่ยวตรงไหนก็เสียบกุญแจรถคาทิ้งไว้ได้เลย นับเป็นบรรยากาศน่ารักอย่างหนึ่งของชีวิตชาวเกาะที่หาไม่ได้ในเมืองบนฝั่ง
แต่ถ้ามากันหลายคน เลือกเป็นรถสองแถวก็ได้ ค่าบริการคันละ 500 บาท
ได้รถกันเรียบร้อยแล้ว ก็ให้รถส่งไปไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่กันก่อน
บนเกาะสีชังมีวังของรัชกาลที่ 5 ด้วย เดี๋ยวจะพาไปชมเป็นที่ต่อไป ระหว่างทางจะผ่านย่านบ้านเรือนของชาวบ้านที่นี่ น่าสังเกตว่าถนนหนทางบนเกาะจะสะอาดสะอ้านเจริญตาดี
คงเพราะชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจช่วยกันดูแลรักษา
|

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.