Home เที่ยวที่ไหนดี ไปเช้าเย็นกลับ เยือนกรุงเก่าพระนครศรีอยุธยา

เยือนกรุงเก่าพระนครศรีอยุธยา

 

จากที่วัดหน้าพระเมรุ หรือ ตลาดน้ำอยุธยา ถ้าข้ามสะพานกลับมาที่เกาะเมืองอยุธยาแล้วเลี้ยวขวา วิ่งรถเลียบแนวเขตพระราชวังโบราณไปสักนิด ก็เลี้ยวซ้ายข้างหน้าไปตามถนนที่เลียบคลอง ด้านซ้ายมือจะเจอลานจอดรถของ วัดมงคลบพิตร

คนที่เคยมาเที่ยวอยุธยาในสมัยก่อน อาจจะคุ้นว่าที่วัดมงคลบพิตรมีลานจอดรถอยู่ทางด้านหน้า แต่ขอบอกว่าเดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว แถมถนนหน้าวัดยังเป็นถนนสองเลน ถ้าไปจอดริมถนนด้านนั้นจะไปกีดขวางการจราจรซักหน่อย

และที่สำคัญลานจอดรถใหม่ที่อยู่ด้านหลัง ส่วนที่เลี้ยวเข้ามาด้านที่ยังเป็นลานดิน รถจะได้มาจอดติดกับหลังพระวิหารเลย ไม่ต้องเดินไกลเหมือนที่จอดกันด้านหน้า ถ้าใครพาคุณพ่อคุณแม่มาเที่ยวแล้วไม่สะดวกที่จะต้องเดินเหินมากก็เลี้ยวเข้ามาเลย

 

 


 

 

แต่ติด ๆ กันยังมีลานจอดรถอีกลานเป็นถนนราดยางเรียบร้อย ไม่มีฝุ่นฟุ้งกระจายยามวิ่งเข้าออก แล้วก็มีซุ้มขายของเรียงรายอยู่เยอะ คนชอบช้อปไม่น่าพลาด

เพียงแต่ร้านค้าแถวนี้จะอยู่กันระเกะระกะไปหน่อย น่าจะจัดให้เรียบร้อยอย่างที่วัดพนัญเชิง ตรงนี้ยังมีห้องน้ำให้บริการอยู่ตรงเกาะกลางลานจอดด้วย จะจอดลานไหนก็เลือกเอาตามอัธยาศัย

 

 


 

 

เดินอ้อมมาทางด้านหน้าก็จะเป็นทางเข้าพระวิหาร แต่ถึงจะดูใหม่สดใสไฉไลกว่าวัดอื่น ๆ แทบทุกแห่งที่แวะมา วัดนี้เดิมก็เป็นวัดเก่าแก่มาก่อน โดยเฉพาะหลังจากที่เสียกรุงครั้งที่สองวัดก็เสียหายพังทลายไปเสียมาก มาบูรณะใหม่ให้เป็นแบบนี้ก็สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ตอนนั้นรัฐบาลพม่าได้ช่วยบริจาคเงินสมทบทุนในการบูรณะด้วย

 

 


 

 

หน้าบันของพระวิหารนี้ทำเป็นรูปมณฑป ที่เชื่อว่าวิหารเดิมน่าจะมีหน้าตาประมาณนี้ เพราะมีตัวอย่างเป็นภาพจากแผนที่ของชาวตะวันตกที่วาดไว้ในสมัยอยุธยา

 

 


 

 

ส่วนด้านหน้าทางเข้าพระวิหาร ก็มีรูปนูนต่ำแสดงภาพที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จนำดุกส์และดัชเชสโยฮันแห่งเยอรมัน มาชมพระมงคลบพิตร สมัยนั้นต้องขี่ช้างมากันเลยทีเดียว

 

 


 

 

ข้าง ๆ กันกับวัดมงคลบพิตรจะเป็น วัดพระศรีสรรเพชญ์

เจดีย์สามองค์เรียงกันนี่ถือได้ว่าเป็นโลโก้ของที่นี่เลยทีเดียว วัดนี้ถือเป็นวัดที่สำคัญมากเพราะเป็นวัดในพระราชวัง อย่างเดียวกันกับวัดพระแก้วที่กรุงเทพ

แต่เดิมบริเวณนี้เคยเป็นพระราชวังมาก่อน แต่พอสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถได้ถวายให้เป็นที่วัด แล้วไปขยับไปสร้างพระราชวังขึ้นใหม่ในที่ถัดไป
ตอนที่ข้ามมาเที่ยวไม่ต้องไปย้ายรถให้วุ่นวาย เดินมาได้เลย แต่ที่นี่ต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 10 บาท

 

 


 

 

แบบของเจดีย์ที่นี่ก็แปลกดี เพราะมีเจดีย์ขนาดเล็กอย่างที่เรียกว่า เจดีย์ยอด ประดับอยู่ตามมุขทั้งสี่ด้านด้วย

 

 


 

 

ความที่เป็นวัดในพระราชวัง บรรดาเจดีย์มากมายที่มีอยู่ในวัดก็เชื่อว่าเป็นที่บรรจุพระอัฐิของเชื้อพระวงศ์

 

 


 

 

ส่วนที่วิหารใหญ่ที่อยู่ติดกับองค์เจดีย์ทางด้านทิศตะวันออก เดิมเคยประดิษฐานพระพุทธรูปยืนองค์สูงใหญ่หุ้มด้วยทองคำทั้งองค์ที่ชื่อว่า "พระศรีสรรเพชญ" ตอนที่เสียกรุงครั้งที่ 2 พม่ามาเอาไฟสุมลอกเอาทองที่หุ้มองค์พระไป

เล่าให้ฟังอย่างนี้แล้วอย่าเพิ่งคิดเคียดแค้นชิงชังอะไรล่ะ เพราะมันก็แค่วิถีแห่งสงครามในยุคนั้นสมัยนั้น ที่ไม่น่าจะเก็บมาเป็นอารมณ์อะไร เพราะทั้งคนพม่าคนไทยในปัจจุบันต่างคนต่างก็เกิดห่างจากยุคนั้นมาหลายร้อยปีแล้ว

จะว่าไปแล้วกองทัพสยามเองก็ใช่ย่อย เคยบุกไปถล่มอาณาจักรขอมเสียจนนครวัดกลายเป็นเมืองร้าง หรือที่เวียงจันทร์ก็เคยถูกเผาเสียเรียบด้วยฝีมือทัพสยามอีกเหมือนกัน

 

 


 

 

แต่ก่อนที่พระวิหารนี้เป็นที่ประกอบพิธีสำคัญ ๆ อย่างเช่นพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา รัชกาลที่ 1 เมื่อช่วงก่อนจะเสียกรุงก็ทรงเป็นข้าราชการอยู่ คงได้เคยเข้ามาที่พระวิหารนี้ แล้วก็คงจะทรงเสียดายพระศรีสรรเพชญนี้มาก

พอสถาปนากรุงเทพขึ้นแล้วก็ทรงโปรดฯ จะให้บูรณะพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้นมาใหม่ แต่องค์พระเสียหายมากเกินกำลังจะบูรณะ ครั้งจะหลอมเอาโลหะที่เหลือมาสร้างเป็นพระองค์ใหม่ เมื่อทรงปรึกษาพระราชาคณะก็ถวายความเห็นว่าการจะเอาพระพุทธรูปมาหลอมไฟใหม่นั่นไม่เป็นการสมควร

ก็เลยทรงให้ชะลอองค์พระไปไว้ที่วัดโพธิ์ แล้วทำเจดีย์ครอบเสียเป็น "เจดีย์ศรีสรรเพชญดาญาณ" (เจดีย์องค์สีเขียว) หนึ่งในหมู่พระมหาเจดีย์สี่รัชกาลอยู่ที่วัดโพธิ์ในกรุงเทพนี่เอง

 

 


 

 

ถ้าเดินมาทางขวามือ แล้วเข้าไปมุมด้านในสุด จะมีวิหารอีกหลังที่น่าชมอยู่

ที่ว่าน่าชมก็คือลวดลายบนผนัง ที่บ้างก็ว่าเป็นลายอย่างอินเดีย บางแนวก็ว่าเป็นลายแบบเปอร์เซีย แต่ถึงจะเป็นลายจากไหนก็สะท้อนให้เห็นความเป็นเมืองท่าสำคัญของอยุธยาในยุคนั้น จนมีผู้คนหลายชาติหลายภาษาเข้ามาติดต่อค้าขายและซึบซับวัฒนธรรมของกันและกัน และความเป็นเมืองท่าสำคัญนี่เองที่ทำให้อยุธยามีความรุ่งเรืองและมั่งคั่ง จนมีชาวตะวันตกที่เข้ามาค้าขายที่อยุธยาได้เคยบันทึกว่า ไม่เคยเห็นพระเจ้าแผ่นดินในประเทศแถบนี้จะมีความเป็นอยู่ที่หรูหราและมั่งคั่งไปกว่าพระเจ้าแผ่นดินแห่งอาณาจักรอยุธยานี่เลย

และในยุคปัจจุบันที่อยุธยาได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งก็ด้วยฐานะแห่งความเป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญในอดีตนี่เอง

 

 


 

 

หน้าต่างบางแห่งก็จะเป็นทรงโค้ง ที่ก็ว่าน่าจะเป็นอิทธิพลของยุโรปหรือไม่ก็ทางเปอร์เซีย วิธีสร้างก็ใช้ก่อด้วยอิฐที่หันสันเข้าตามโค้ง เพื่อให้สามารถรองรับน้ำหนักจากผนังด้านบนได้

 

 


 

 

ถ้าเดินไปทางด้านหลังขององค์เจดีย์ 3 องค์เรียงกัน จะมีประตูให้เดินออกไปอีก

 

 


 

 

ถ้าได้เดินออกไปตรงนั้นก็คือส่วนของพระราชวังโบราณ

 

 


 

 

หลังจากที่เสียกรุงครั้งที่ 2 พระราชวังก็ถูกเผาทำลายเหลือแต่ฐานรากเท่านั้น

 

 


 

 

แต่ที่ยังเห็นเป็นองค์พระที่นั่งไม้อยู่นี้ ชื่อว่า "พระที่นั่งตรีมุข" ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 สำหรับใช้ประกอบพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกและบวงสรวงบุรพมหากษัตริย์ เนื่องในวโรกาสที่ทรงครองราชย์นานกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

 

 


 

 

เลี้ยวขวาออกจากลานจอดรถวัดมงคลบพิตรย้อนกลับมาตามทางเดิม แล้วมาเลี้ยวซ้ายเข้าถนนอู่ทองที่เป็นถนนรอบเกาะเมือง วิ่งไปเรื่อยก็จะมาเจอกับ เจดีย์ศรีสุริโยทัย อยู่ทางซ้ายมือ

เจดีย์องค์นี้สันนิษฐานกันว่าจะประดิษฐานพระอัฐิของสมเด็จพระสุริโยทัยที่ไม่ต้องเล่าประวัติกันมาก เพราะคงได้ดูจากหนังเรื่อง สุริโยไท กันแล้ว มาเล่าเรื่องลักษณะของเจดีย์ดีกว่าเพราะน่าสนใจว่า รูปทรงเจดีย์นี้ถือว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของอยุธยาเลย เจดีย์จะเป็นทรงออกไปแนวสี่เหลี่ยม แล้วไปยักให้มีมุมเพิ่มขึ้นตามมุมทั้งสี่ เรียกกันว่า เจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมเพิ่มมุม

คาดว่าน่าจะเริ่มมีการสร้างเจดีย์ลักษณะนี้กันในสมัยสมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิ์ พระสวามีของสมเด็จสุริโยทัยนี่เอง ส่วนบนคูหาทั้งสี่ ก็มีการทำเจดีย์องค์เล็ก ๆ ประดับไว้ด้วย เหมือนกับที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ที่เพิ่งไปดูมา

 

 


 

 

ด้านข้างองค์เจดีย์ยังมีศาลาที่ประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จพระศรีสุริโยทัย

 

 


 

 

มาต่อกันที่ วัดไชยวัฒนาราม ที่นี่ถือว่าเป็นไฮไลต์อีกแห่งหนึ่งของอยุธยาที่ไม่ควรพลาดมาชม

ถ้าให้ดีเลือกมาช่วงเย็น ๆ วัดจะยิ่งดูสวยงามอลังการในแสงสีทองยามเย็นอีกด้วย วิธีไปก็ให้ขับรถต่อไปตามทิศทางเดิมก่อนที่จะแวะเจดีย์ศรีสุริโยทัย เลยมานิดเดียวจะมีแยกไฟแดงให้เลี้ยวขวาข้ามสะพานออกมานอกเกาะเมือง ลงสะพานมาก็ชิดซ้ายแล้วเลี้ยวซ้ายตามป้ายวัดไชยวัฒนราม

 

 


 

 

วัดไชยวัฒนารามนี่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททองที่จัดว่าเป็นช่วงอยุธยาตอนปลาย อย่างที่เล่าไว้เกี่ยวกับที่มาของพระทรงเครื่องกษัตริย์ที่วัดหน้าพระเมรุ ว่าพระเจ้าปราสาททองทรงขึ้นครองราชย์ด้วยการปราบดาภิเษก หรือถ้าพูดให้เข้าใจง่ายหน่อยก็คือ ทรงทำรัฐประหาร
ด้วยความที่ทรงเป็นสามัญชนมาก่อน ก็เลยทรงสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่จะสะท้อนให้เห็นถึงพระราชอำนาจ แล้วนี่ก็เลยเป็นการรื้อฟื้นการนำเอาปรางค์แบบขอมมาสร้างเป็นประธานของวัดอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ไม่มีการสร้างปรางค์ใหญ่อย่างนี้มาระยะหนึ่งแล้ว

คงจะทำนองเพื่อเสริมสร้างความเป็นสมมติเทวราชของพระองค์ตามคติความเชื่อของขอมนั่นเอง

 

 


 

 

ว่ากันว่าวัดนี้สร้างในที่บ้านของพระมารดาของพระองค์ท่านที่เสียไปก่อนจะขึ้นครองราชย์ เพราะงั้นบรรดาเจดีย์ที่อยู่รายรอบปรางค์ประธานก็เลยมีรูปทรงเหมือนกับเมรุ ซึ่งถือเป็นการเฉลิมพระเกียรติมารดาของท่านที่ล่วงลับไปก่อนหน้า

 

 


 

 

ภายใต้เจดีย์รายที่ว่าจะมีพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ (อีกแล้ว) ประดิษฐานอยู่ทุกเจดีย์ไป แต่ทั้งหมดก็ชำรุดไปมากแล้ว แต่ก็เชื่อว่าลักษณะของพระพุทธรูปเหล่านี้ก็น่าจะเหมือนกับพระประธานที่วัดหน้าพระเมรุที่ไปชมกันมาแล้ว

 

 


 

 

เดินออกมาทางด้านแม่น้ำ ที่วัดไชยฯ นี้เป็นอีกแห่งที่จะพบเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมเพิ่มมุม ซึ่งสร้างไว้คู่หนึ่งทางด้านริมน้ำ การสร้างเจดีย์คู่ไว้ในวัดนี้ เป็นธรรมเนียมที่ผู้สร้างวัดจะสร้างไว้เพื่ออุทิศให้แก่บิดามารดาของผู้สร้าง คงจะคุ้นกับเจดีย์ที่มียักษ์กับลิงแบกอยู่คู่หนึ่งในวัดพระแก้ว นั่นก็สร้างด้วยเหตุผลเดียวกัน

 

 


 

 

ฝั่งตรงข้ามกับวัดจะเป็นพระตำหนักสิริยาลัย ที่ประทับของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ

 

 


 

 

ที่วัดไชยฯ ดูแลสนามหญ้าไว้อย่างดีเขียวขจีไปหมด เสียค่าเข้าชม 10 บาทมาแล้ว อาจจะนั่งรับลมริมแม่น้ำยามเย็น รอจนช่วงค่ำ ๆ ที่วัดจะเปิดไฟส่องที่สวยไปอีกแบบ คนชอบถ่ายรูปไม่น่าพลาด (เพียงแต่พอค่ำแล้วเจ้าหน้าที่จะเชิญออกมาด้านนอก เพราะจะปิดให้เข้าชมแล้ว)

ทริปอยุธยาคงจะจบไว้ที่วัดไชยวัฒนาราม เรียกว่าเป็นทริปที่น่าจะเที่ยวได้ทั่วพอสมควร แต่ก็ยังไม่ครบเลยทีเดียว ยังมีที่น่าสนใจอีกหลายแห่งที่น่าแวะไปชมกัน อดใจอีกหน่อยไว้จะพาไปชมที่เหลือกันในโอกาสต่อไป

 

 


 

 

ส่วนใครจะแวะหาอาหารแวะทานกันก่อนกลับ คงจะเล็ง ๆ ร้านกันไว้แล้วตั้งแต่ช่วงที่ขับรถรอบเกาะเมือง แต่ถ้าอยากจะหาร้านง่าย ๆ ประเภทอาหารจานเดียวแล้วล่ะก็ ลองแวะมาทานก๋วยเตี่ยวไก่ฉีกเจ้านี้ที่ตลาดหัวรอก็ได้ บรรยากาศกิ๊บเก๋ทีเดียว

ร้านเป็นเรือนไม้เก่า ตั้งโต๊ะ open air กันริมถนน รสชาติก็อร่อยเลยทีเดียว สังเกตได้จากคนที่มานั่งกันเต็มร้านก็ "คนยุดยา" ทั้งนั้น

ถ้าอยู่ที่วัดไชยฯ จะไปที่ร้านนี้ก็ให้ขับรถย้อนกลับมาทางเดิม คือขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำกลับเข้าแล้ว พอลงสะพานมาก็ให้เลี้ยวซ้ายผ่านมาทางเจดีย์ศรีสุริโยทัย วิ่งตรงมา ก่อนถึงตลาดหัวรอนิดหน่อยร้านจะอยู่ด้านขวามือติดถนนเลย (ที่จริงโต๊ะก็ตั้งกันบนถนนเลยทีเดียว)

 

 


 

 

แต่ถ้าใครชอบนั่งกินข้าวกันในบรรยากาศร้านโต้รุ่ง ก็ให้ขับต่อไปอีกนิดเดียว ตรงฝั่งตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์จันทรเกษมจะมีร้านให้เลือกชิมกันอีกหลายร้าน

 

 


 

 

ถ้ามาถึงตรงนี้ เห็นทีจะต้องขอแนะนำที่เที่ยวเพิ่มอีกสักนิด เพราะตรงตลาดโต้รุ่งตรงข้ามวังจันทรเกษมนี่ จะมีท่าเรือที่มีเรือพาเที่ยวรอบเกาะเมือง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าเรือ 300 บาท

เราอาจจะมาลงเรือช่วงพลบค่ำก็ได้ แล้วเรือจะวนผ่านไปดูไฟกันที่วัดไชยวัฒนาราม ที่ขอบอกว่าสวยมาก ๆ แต่ถ้ามาลงเรือช่วงกลางวันเรือก็จะหยุดให้แวะขึ้นไปเที่ยววัดที่อยู่ตามริมน้ำได้ อย่างวัดไชยวัฒนาราม วัดพุทไธสวรรย์ หรือวัดพนัญเชิง

 

 


 

 

นอกจากที่หัวรอแล้ว ในอยุธยายังมีตลาดโต้รุ่งในเกาะเมืองอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามวัดมหาธาตุ กับตรงวงเวียนใกล้วัดมหาธาตุอีกสองแห่ง ลองเลือกไปชิมกันได้ มีอาหารให้เลือกกันหลายอย่าง

 

 


 

 


ส่วนขากลับก็ขับรถไปที่ถนนโรจนะ (เส้นที่ลงมาจากสะพานตอนขามา) ใช้สะพานสมเด็จพระนเรศวรข้ามออกนอกเกาะเมือง ผ่านวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้มกับแยกไฟแดงอีกสองแยกไป ก็จะมีสะพานลอยพาข้ามไปเชื่อมกับทางหลวงสาย 32 หรือสายเอเชีย มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพ

แต่พอผ่านแยกไฟแดงที่สองไปแล้ว ตรงก่อนขึ้นสะพานลอยอย่าขับรถชิดขวาเพลิน เพราะช่องทางที่จะเข้ากรุงเทพจะอยู่ทางซ้าย (สองช่องขวาจะไป วังน้อย)

ส่วนใครจะใช้ทางด่วนบางปะอินกลับก็ให้วิ่งตามสายเอเชียไปสักพัก จะมีป้ายบอกทางสีฟ้า (อุดรรัถยา) บอกให้แยกไปทางซ้ายมือ แล้วก็จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะ ๆ จนขึ้นทางด่วนเลย

อยุธยานี่มาครั้งเดียวคงเที่ยวไม่ทั่ว ทริปนี้ก็คงจะทำได้แค่เลือกสถานที่ที่น่าแวะน่าชมกันได้เพียงบางส่วน แล้วเอามาร้อยเรียงเป็นเส้นทางให้สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับเส้นทางสถานที่ได้เริ่มมาเที่ยวอยุธยากันได้สะดวกขึ้น แต่เชื่อว่าหลังจากทริปนี้ไปแล้วคุณก็คงคุ้นเคยพอที่จะเดินทางหาที่เที่ยวแห่งอื่น ๆ ของอยุธยากันได้ไม่ยากอีกแล้วล่ะ

 

 



ชอบบทความนี้ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยผ่าน
จำนวนผู้เข้าชม: 79996

ความเห็น (45)

เกาะติดความเคลื่อนไหวการแสดงความเห็นของหัวข้อนี้

เปิด/ปิด ความเห็นของสมาชิก
ขอขอบพระคุณ
0
ผมขอขอบคุณท่านเป็นอย่างมากที่ทำให้ผมรู้สึกชอบและรักพระนครศรีอยุธยา ข้อมูลของท่านเป็นความรู้ ความเข้าใจกับผมมาก ขอบคุณครับ
คุณจี๊ด , 31 August 2005 05:15
...
0
ข้อมูลแน่นดีครับ ขอบคุณสำหรับความรู้
เอ็ม , 16 September 2005 21:08
...
0
ขอบคุณมากครับผมมมม
หนึ่ง , 01 October 2005 11:40
...
0
จัดทำได้ดีมากทีเดียวครับ ข้อมูลชัดเจน ภาพสวยงาม แต่ละแห่งน่าเที่ยวมากครับ ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ครับ
a guest , 06 October 2005 03:48
...
0
:eek สวยมาก ๆเลยค่ะ
พันทิวา , 07 February 2006 08:04
...
0
ดีใจที่มี web ที่แนะนำสถานที่เก่าๆ ของคนไทยได้ดีเช่นนี้อีก web หนึ่ง ""รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย"" :grin
คนไทย , 30 March 2006 06:25
...
0
ได้ข้อมูลเพียบเลยค่ะ :)
pimtawan , 14 June 2006 05:00
...
0
ชอบมากค่ะ ตั้งใจเขียนดี ทำให้อยากไปเที่ยว เมืองไทยน่าอยู่จริง ๆ ค่ะ
น้ำมนต์ , 24 July 2006 08:43
...
0
ขอบคุณมากค่ะ :) :grin :grin :grin :grin
a guest , 16 August 2006 15:36
...
0
ข้อมูลดีมาก อย่าลืมแนะนำจังหวัดอื่นๆบ้างนะครับ ขอขอบคุณ
a guest , 22 August 2006 04:15
...
0
ขอบคุณข้อมูลดี ๆ และรูปสวย ๆ เป็นประโยชน์มาก ๆ คะ
a guest , 23 August 2006 04:27
...
0
กำลังจะไปเที่ยวอยุธยา วันอาทิตย์นี้ ได้ข้อมูลจากเวปนี้ จัดทำได้ละเอียดมากเลยครับ ขอปรบมือและเป็นกำลังใจให้ผู้จัดทำนะครับ ขอบคุณครับ :) :) :)
a guest , 23 August 2006 09:06
...
0
ถ่ายรูปสวยมากค่ะ มุมกล้องและสีสวยจริงๆ แถมยังบรรยายสถานที่ได้ละเอียด ขอบคุณที่ทำมาให้ได้อ่านค่ะ
หิมะสีชมพู , 30 August 2006 03:30
...
0
ไปเที่ยวหลายสิบครั้งแล้ว แต่ไม่เคยเที่ยวครบแบบนี้ เวปดีมากค่ะ ข้อมูล รูปภาพครบ ขอปรบมือให้ :) :grin :grin
kitty , 11 September 2006 02:47
...
0
เป็นข้อมูลที่ชัดเจนและละเอียดสำหรับผู้ที่ ี่ไม่เคยขับรถไปเองมากเป็นประโยชน์มากเลยคับขอบคุณมากคับ
หมูอ้วน , 17 September 2006 15:09
...
0
thank you so much, i learn a lot.
suchada , 05 October 2006 23:18
...
0
ขอบคุณนะค่ะ สำหรับรายละเอียดที่สำคัญมาก ทำให้รักประเทศไทย และ รัก อธิปไตยมากค่ะ
หลิว , 27 January 2007 12:33
...
0
นักเรียนของผมได้รับประโยชน์ จากผลงานชิ้นนี้ของคุณมากมายเหลือเกิน ขอบพระคุณมากๆครับ
ครูชัยภูมิ , 10 February 2007 08:37
...
0
อยากให้แนะนำเรื่องของกินว่ามีตรงไหนบ้าง :)
a guest , 08 March 2007 09:12
...
0
เจ๋งเลยค่ะ ขอเอาไว้เป็นคำภีร์พาพี่สาวเที่ยวเลยนะคะ
ผู้เยี่ยมชม , 09 May 2007 09:19
...
0
ขอบคุณมากๆค่ะมีงานส่งอาจารย์แย้ว
นีน่า , 23 May 2007 14:01
...
0
อยากไปแต่ฟังข่าวเรื่องแก๊งวัยรุ่นของอยุธยาแล้วยังกลัวอยู่เลยยังไม่กล้าไปเที่ยว
dd , 30 June 2007 16:20
ขอชมหน่อยครับ
0
พอดีกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับ สถานที่ท่องเที่ยวของอยุธยาอยู่ ได้มาเจอเวปนี้ บอกได้เลยว่า เยี่ยมมากครับ ข้อมูลแน่นมาก และขอบคุณมากครับ
SP , 07 August 2007 06:04
Ayutthaya
0
Beautiful pictures and contains a lot of information. Can use as a travel guide, especially for the one who has never been there. Easy to follow. Good job and well done :)
Chatis , 25 August 2007 16:26
...
0
อยุธยา ยศยิ่งฟ้า สวยงามจับตาต้องเห็น เป็นสวรรค์บนพื้นแห่งรากฐานของชาวสยามโดยแท้ ควรค่าแก่การดูแล ให้ดำรงคงอยู่ชั่วฟ้าดินสลาย
a guest , 25 September 2007 09:26
เชิดชูคุณธรรมคนดีข งสังคม
0
ขอขอบพระคุณมากครับ ที่ช่วยรวบรวมข้อมูลที่ดีและมีความละเอียดลึกซึ้งมาก ทั้งในแง่ของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี ภูมิศาสตร์ การปกครอง ตลอดจนสภาพความเป็นไปของบ้านเมืองในยุคปัจจุบัน ถือเป็นความภาคภูมิใจให้แก่คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ และภาคภูมิใจในมรดกวัฒนธรรมแห่งบรรพชน
เภสัชกร , 25 September 2007 09:36
ยกย่อง เชิดชู ความเป็นไทย
0
ข้อมูล สาระ ภาพ ทุกอย่างดีมากครับอยากให้ทำจังหวัดอื่นๆด้วยนะ
ยกย่อง เชิดชู ความเป็นไทย , 29 October 2007 10:58
...
0
:grin
a guest , 01 November 2007 15:14
...
0
ขอบคุณมากค่ะ กำลังหาที่เที่ยวปีใหม่อยู่พอดีเลย
คุณแม่ลูก 2 , 24 December 2007 07:45
...
0
ขอบคุณมากๆ ค่ะ กำลังหาข้อมูลไปเที่ยวอยู่พอดีเลย เป็นประโยชน์มั่กๆๆๆๆ
a guest , 12 January 2008 06:46
...
0
เนื้อความดีมากครับ ถ้ามีแผนที่ให้เที่ยวตามเนื้อหาด้วยก็จะยอดเยี่ยกระเทียมดองยิ่ง ๆ ขึ้น[U]null[/U]
พานท้อแท้ , 13 January 2008 05:16
Thanks for share
0
ขอบคุณมากเลยค่ะ ทีแบ่งปัน
shiney , 30 April 2008 03:13
...
0
ขอบคุณม๊ากๆ ค่ะ สำหรับข้อมูลอันสุดยอด
punpun , 03 May 2008 10:34
...
0
ขอบคุณมากค่ะ อยากไปสุดๆ เลย :eek :grin
แนน , 22 May 2008 08:14
...
0
:grin :grin :grin ขอบคุณครับ
a guest , 26 May 2008 00:36
อยากให้แนะนำโรงแรม ี่พักด้วยค่ะ
0
เพราะไหน ๆ ไปแล้วน่าจะอยู่เที่ยวให้เต็มที่ ขอรายละเอียดแบบที่เกาะล้านนะคะ ดีมาก ๆ เลย ขอบคุณค่ะ
แม่หนูออม , 31 May 2008 16:46
ราชวังโบราณกรุศรีอ ุธยา
0
ขอบคุณมาก ๆ สำหรับภาพสวยๆ เนื้อหาเกี่ยวกับพระนครศรีอยุธยา เพราะเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ดีมากๆ เพราะผมเป็นคนชอบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สมัยโบราณ
suranan sukkaew (nan) , 30 June 2008 13:01
ชอบเที่ยว
0
อยากให้เพิ่มรูปภาพให้มากกว่านี้ :eek
จากคนชอบเที่ยวชมเมืองโบราณประว , 07 July 2008 04:20
...
0
:grin ทำภาพได้สวยมาก
a guest , 14 July 2008 05:24
ท่องเที่ยว.. ได้มากกว่าที่คุณคิ
0
ภาพสวย เนื้อหาดี อธิบายละเอียดครบถ้วน เยี่ยมมากๆ ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ
bunji-ben.mutiply.com , 27 October 2008 18:25
...
0
ต้องให้เพื่อนพาไปเที่ญวสักหน่อยแล้ว ไหน ๆ ช่วงนี้ก็มาสิงอยู่ที่วังน้อยแล้ว ไปเที่ยวเรื่อยเปื่อยก็คงจะดีนะ
a guest , 08 November 2008 03:42
...
0
ขอบคุณมากๆคะ พอดีจะหาที่เที่ยวให้คุณแม่ บอกทางได้ละเอียดมากคะ เยี่ยมๆ
ปู , 24 April 2009 04:59
ดีมากๆ
0
ขอบคุณต่ะ รูปสวยมาก
me , 05 May 2009 17:15
ขอบคุณสำหรับข้อมูล
0
ขอบคุณจากใจจริงบ ๆ ค่ะสำหรับข้อมูลที่ให้ไว้อย่างละเอียด
ไปอยุธยามานับครั้งไม่ได้ ยังไม่รู้เลยว่าวัดที่มีเศียรพระใต้ต้นโพธิ์
คือวัดอะไร วันนี้ได้รู้แล้ว แล้วจะไปค่ะsmilies/grin.gif
ผ่านมาแล้วจะไป , 11 September 2009 11:24
ขอบคุณค่ะ
0
ข้อมูลละเอียดมาก สัปดาห์นี้ว่าจะไปเที่ยวตลาดคลองสระบัวค่ะ
love travel , 22 January 2010 15:51

เขียนแสดงความเห็น

smaller | bigger
security image
กรุณาป้อนตัวอักษรที่เห็น

busy

 
Follow us on Twitter

license notification

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย.